“นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) และ 3D Laparoscopic Surgery | โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น

“นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) และ 3D Laparoscopic Surgery

“นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) และ  3D Laparoscopic Surgery

โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ได้นำวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาใช้ คือ “เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ” (3D Laparoscopic Surgery) เข้ามาช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผ่าตัดมากขึ้น ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้กล้อง 3 มิตินี้ สามารถใช้ได้กับการผ่าตัดทั่วไป

โดยมีหลักการคือ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดเชิงลึกของอวัยวะต่างๆ ได้ชัดเจนตรงจุดมากขึ้น เสมือนมองด้วยตาตัวเอง แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และปลอดภัยในการผ่าตัด ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทางการแพทย์ และมีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ และ รพ.กรุงเทพขอนแก่น ได้นำเข้ามาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่แรก ๆ ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญ ในการขยายบริการไปสู่ระดับนานาชาติ (AEC) สอดรับกับนโยบายของประเทศ ที่ต้องการให้จังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภูมิภาคนี้

นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด คือ 10-20 % ของประชากรหลายคนไปทำอัลตร้าซาวน์พบนิ่วชนิดนี้ คงอยากทราบว่ามันมีความอันตรายอย่างไร ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าโรคนี้ ฝรั่งบอกว่า มักพบใน Forty, Fertile, Fatty Female คือ ในผู้หญิง รูปร่างท้วมอายุ ประมาณ 40 ปี โดยเฉพาะ มีบุตรหลายคน บางคนก็ตรวจพบตอนไม่มีอาการผิดปกติใดๆ อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการของโรคได้ 1-2 % ต่อปี และปัจจุบันคนเป็นนิ่วชนิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

หลายคนสงสัยว่านิ่ว หน้าตาเป็นอย่างไร ขึ้นกับประเภทของ นิ่วเป็น Cholesteral stones, Pigment stone ในแถบเอเชียส่วนใหญ่เป็น Pigment stone ลักษณะเป็นก้อนกลมหรือเหลี่ยมๆ สีเข้มๆ ซึ่งเกิดจากการขาดสมดุลของน้ำดีนั้นเอง การเกิดนิ่วถุงน้ำดีทำให้เกิดปัญหาตามมาจากตัวก้อนนิ่วที่ไปอุดถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีอักเสบ หลุดไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ทำให้ติดเชื้อตัวและตาเหลือง บางครั้ง ถ้ามีนิ่วค้างอยู่ เป็นเวลานาน อาจจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้

ส่วนอาการของโรคนั้น โดยส่วนใหญ่ ช่วงแรกอาการจะมีเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดจุกแน่นท้อง ใต้-ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ ท้องอืด อิ่มง่าย โดยเฉพาะกินอาหารมัน/หลังอาหารมื้อใหญ่ แต่ถ้าเป็นมากมีอาการอักเสบของถุงน้ำดีจะมีอาการปวดท้องมาก มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งจริงๆ แล้วการตรวจวินิจฉัยโรคนี้ทำได้ไม่ยาก เป็นเพียงการทำอัลตร้าซาวด์ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆเลย อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ถ้ามีอาการหรือโรคแทรกซ้อนจากถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาผ่าตัดออกทุกราย ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องถุงน้ำดีได้กลายเป็นการรักษามาตราฐานเพื่อรักษาภาวะนิ่วถุงน้ำดีมานานแล้ว โดยการเจาะรูเข้าไปในช่องท้อง 3-4 จุด ทำให้เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว 1-2 วันก็กลับบ้านได้ ยกเว้น กรณีที่ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน ถ้าเป็นมากบางครั้งอาจจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ทางที่ดี อาจต้องตัดถุงน้ำดีที่มีปัญหาก่อนเกิดเรื่องจะดีกว่า มักมีคำถามจากผู้ป่วยว่าการตัดถุงน้ำดีมีผลอะไรหรือไม่ พิการหรือเปล่า คงต้องทราบด้วยว่า น้ำดีถูกสร้างจากตับ มาเก็บไว้ในถุงน้ำดี เวลาเรากินข้าวขาหมู น้ำดีก็ถูกขับออกมาเพื่อช่วยย่อยไขมัน ดังนั้นถ้าเอาถุงน้ำดีออกไปแล้ว ก็จะกินอาหารพวกมันๆ ได้น้อยลง อาจจะต้องเน้น พวกผัก ปลา มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอายุ 40-50 ปี ซึ่งควรลดอาหารประเภทมันๆ อยู่แล้ว และผู้ป่วยถ้ากินอาหารมันๆ มากเกินอาจมีท้องอืด หรือถ่ายอุจจาระมีมันลอยได้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถปรับตัวเองได้

สอบถามเพิ่มเติม แผนกศัลยกรรม ชั้น 1 โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
โทร. 043-042790 หรือ 1719

Privacy Settings