คลินิกศัลยกรรม

      คลินิกศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น พร้อมให้บริการทางด้านศัลยกรรมในแผนกต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมตับและทางเดินน้ำดี ศัลยกรรมเต้านม ศัลยกรรมการผ่าตัดในช่องท้องแบบแผลเล็กด้วยการส่องกล้องแบบ 3 มิติ และทางด้านศัลยกรรมเฉพาะอื่น ๆ เช่น การศัลยกรรมสมอง ศัลยกรรมตกแต่ง ศัลยกรรมเด็ก และศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ

      ด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์แพทย์ที่ทันสมัยพร้อมให้บริการคนไข้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้ง อุปกรณ์การตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย สามารถให้การรักษา การพยาบาลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และอุ่นใจ อีกทั้งพร้อมให้บริการผ่าตัดรักษาในผู้ป่วยที่ซับซ้อน เช่น ผ่าตัดโรคทางศัลยกรรมหัวใจ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง และการบริการอื่นๆ เราพร้อมให้คำปรึกษา และให้การรักษาพยาบาล ที่ท่านพึงพอใจทุกวัน โดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อย่างครบครัน

คลินิกศัลยกรรมทั่วไป

     ให้บริการรักษาโรคทางศัลยกรรมที่พบได้บ่อย ๆ ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยวิิธีผ่าตัด หรือวิธีอื่น ๆ โดยมุ่งเน้นที่การตรวจวินิจฉัยและรักษาภายใต้การดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาลและแพทย์สหสาขา ที่ช่วยกันดูแลผู้ป่วยร่วมกัน เช่น อายุรแพทย์ สูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ โดยให้การดูแลแบบเฉพาะทางศัลยกรรม ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยที่พวกเราให้การดูแลรักษา มีดังนี้
 •ปวดท้องเฉียบพลัน เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ภาวะลำไส้อุดตัน กระเพาะทะลุ
 •ภาวะเลือดออกทางทวารหนัก จาก ริดสีดวงทวาร แผลที่ก้น
 •แผลติดเชื้อประเภทต่างๆ หรือ เป็นหนอง
 •ไส้เลื่อนขาหนีบ หรือ ไส้เลื่อนชนิดต่าง ๆ
 •ก้อนที่เต้านม เต้านมอักเสบ เป็นหนอง หรือมีเลือดออกผิดปกติทางหัวนม
 •นิ่วถุงน้ำดี นิ่วในทางเดินน้ำดี
 •ก้อนผิดปกติตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
 •ผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย

บริการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ซึ่งมุ่งเน้นความปลอดภัย และให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุด ใน รพ.กรุงเทพขอนแก่นของเรา มีการผ่าตัดที่ทันสมัยหลากหลายวิธี ได้แก่

การผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมทั่วไป

 1. การผ่าตัดแผลเล็กด้วยกล้อง 3 มิติ   ( 3D Laparoscopic  Surgery )
  •การผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแผลเล็กโดยการส่องกล้อง ( Laparoscopic Cholecystectomy )
  •การผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบโดยการส่องกล้อง ( Laparoscopic Appendectomy )
  •การผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบโดยการส่องกล้อง ( Laparoscopic Herniorhaphy )
  •การผ่าตัดม้ามโดยการส่องกล้อง (Laparoscopic Splenectomy )
  •การผ่าตัดลำไส้ใหญ่โดยการส่องกล้อง ( Laparoscopic Colectomy )

 2.การผ่าตัดริดสีดวง ด้วยเครื่องมือเย็บพิเศษ ( Staple Hemorrhoidectomy )

 3.การผ่าตัดมะเร็งเต้านม ที่สามารถเก็บเต้านมไว้ได้ ( Breast Conserving Surgery )

 4.การผ่าตัดตับและมะเร็งทางเดินน้ำดี และตับอ่อน ( Hepatobiliarypancreatic surgery ) ระยะเวลาการให้บริการ  คลินิกศัลยกรรมทั่วไปเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 8.00 น. - 20.00 น. และมีศัลยแพทย์ให้บริการตลอด 24  ชั่วโมง

คลินิศัลยกรรมในด้านต่าง ๆ

แผนกศัลยกรรมหัวใจ หลอดเลือด และทรวงอก

แผนกศัลยกรรมหัวใจ หลอดเลิอด และทรวงอก  ให้บริการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ  โรคของหลอดเลือดแดงใหญ่  โรคปอด  และโรคของหลอดเลือดส่วนปลาย  โดยขอบเขตการให้บริการมีดังนี้
 1.ผู้ป่วยนอก ให้บริการที่แผนกศูนย์หัวใจ ประกอบไปด้วย การรับปรึกษาผู้ป่วยใหม่ และการตรวจติดตามผลการรักษาภายหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ให้บริการ กรณีได้รับการรักษาหรือผ่าตัดมาแล้วจากสถานพยาบาลอื่นด้วย
 2.ผู้ป่วยใน ให้บริการที่แผนกผู้ป่วยใน ทั้งระยะก่อนผ่าตัด และระยะหลังผ่าตัด
 3.ผู้ป่วยระยะวิกฤต โดยเฉพาะระยะแรกหลังการผ่าตัดหัวใจ ให้บริการที่แผนกผู้ป่วยวิกฤต
 4.บริการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ได้แก่
         4.1 Coronary Artery Bypass Surgery  การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
   •การผ่าตัด Coronary Artery Bypass Surgery แบบใช้ เครื่องปอดหัวใจเทียม(On-pump CABG)
   •การผ่าตัด Coronary Artery Bypass Surgery แบบไม่ใช้ เครื่องปอดหัวใจเทียม(Off-pump CABG, OPCAB)

        4.2 Valve Repair, Valve Replacement  การทำผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจและการทำผ่าตัดเปลี่ยนใส่ลิ้นหัวใจเทียม

        4.3 Aortic Aneurysm Repair  การทำผ่าตัดโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในทรวงอกและช่องท้อง  ให้บริการทั้งกรณีผ่าตัดแบบเปิด และ กรณีผ่าตัดสอดสายสวนเพื่อรักษาโรคหลอดเลือดโป่งพองได้แก่
   •Thoracic Endovascular Aortic Repair; TEVAR รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในทรวงอก
   •Endovascular Abdominal Aortic Repair; EVAR รักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง

  5.Congenital Cardiac Defect Repair การทำผ่าตัดรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
 6. บริการผ่าตัดรักษาโรคปอด รวมถึงการทำผ่าตัดผ่านกล้อง (Video-Assisted Thoracoscopy, VATS) ได้แก่
  6.1 โรคมะเร็งปอด
  6.2 โรคก้อนในปอดและโรคเนื้องอกในช่องทรวงอก  (Mediastinal Tumor)
  6.3 โรคของเยื่อหุ้มปอดเช่น  โรคลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax)  โรคหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด (Empyema Thoracis)
  6.4 โรคอื่นๆที่อาจต้องได้รับการผ่าตัดปอดเช่น  ภาวะไอเป็นเลือด  หรือ  เป็นการบาดเจ็บที่ทรวงอกและมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด (Hemothorax)  เป็นต้น
 7.บริการรักษาโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ให้บริการร่วมกับแผนกศัลยกรรมหลอดเลือด  ได้แก่
  7.1 โรคของหลอดเลือดแดง  เช่น  โรคหลอดเลือดแดงที่ขาตีบตัน
  7.2 โรคของหลอดเลือดดำ  เช่น  โรคเส้นเลือดขอด
  7.3 การทำหลอดเลือดหรือใส่หลอดสวนสำหรับการฟอกเลือด
 8.บริการรักษาฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ให้บริการร่วมกับแผนกฉุกเฉิน เช่น การบาดเจ็บที่ทรวงอก กระดูกซี่โครงหัก ภาวะเลือดเซาะผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ ภาวะบาดเจ็บต่อหลอดเลือด เป็นต้น และหมายรวมรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการให้บริการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วย

คลินิก โรคทางลำไส้ใหญ่ และ ทวารหนัก

    การบริการ
    การรักษาโรค
 •มะเร็งลำไส้ใหญ่
 •ริดสีดวงทวารหนัก
 •ฝีคันฑสูตร
 •โรคกะเปาะลำไส้ใหญ่อักเสบ
 •มีความผิดปกติของระบบขับถ่าย เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด , ท้องผูก หรือท้องเสียเป็นเวลานาน เป็นต้น

    ส่วนบริการ
 •ให้คำแนะนำ และตรวจรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง
 •การส่องกล้องตรวจ รักษาลำไส้ใหญ่

 
คลินิกการดูแลรักษาโรคของเต้านม
    การบริการ
 •การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม และอัลตร้าซาวด์ (Mammogram & Ultrasound) และ การตรวจเต้านมด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
 •การเจาะดูดซีสท์ (ถุงน้ำ) เต้านม
 •การเจาะดูดเซลล์จากก้อนเต้านมส่งตรวจ Fine Needle Biopsy
 •การแทงเข็มบอกตำแหน่งในก้อนที่มีขนาดเล็กมากเพื่อช่วยในการผ่าตัด Needle Localization BiopsyDay Surgery   ผ่าตัดเนื้องอกเต้านม (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล)
 •การผ่าตัดเต้านม สำหรับการผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายที่เต้านม
 •การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด -การผ่าตัดแบบเก็บรักษาเต้านม
 •การผ่าตัดแบบเสริมเต้านม Breast Reconstruction
 •การผ่าตัดหาต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลที่รักแร้ เพื่อดูการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง ที่รักแร้ Sentinel Node Biopsy

คลินิกดูแลรักษาบาดแผลและทวารเทียม
การบริการ
 •การดูแลรักษาบาดแผลและทวารเทียม

คลินิกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ
การบริการ
 •ส่องกล้องตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ
 •การทำหมันชาย
 •ผ่าตัดทางเดินปัสสาวะ

คลินิกศัลยกรรมสมองและระบบประสาท
การบริการ
 •ตรวจวินิจฉัยโรคทางด้านศัลยกรรมสมองและระบบประสาท
 •รักษาและผ่าตัดโรคเนื้องอกในสอง
 •รักษาและผ่าตัดโรคเลือดในสมอง
 •รักษาและผ่าตัดโรคฝีในสมอง

เวลาทำการ

บริเวณชั้น 1  ให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 น – 20.00 น. ในกรณีฉุกเฉินเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดกรุณาติดต่อ ศูนย์ศัลยกรรม  ชั้น 1  โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น  โทร. 1719 หรือ 043-042888

“นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) และ  3D Laparoscopic Surgery

โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ได้นำวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาใช้ คือ “เทคโนโลยีผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ” (3D Laparoscopic Surgery) เข้ามาช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความแม่นยำในการผ่าตัดมากขึ้น ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้กล้อง 3 มิตินี้ สามารถใช้ได้กับการผ่าตัดทั่วไป

โดยมีหลักการคือ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดเชิงลึกของอวัยวะต่างๆ ได้ชัดเจนตรงจุดมากขึ้น เสมือนมองด้วยตาตัวเอง แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยเพิ่มความแม่นยำ และปลอดภัยในการผ่าตัด  ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทางการแพทย์ และมีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ และ รพ.กรุงเทพขอนแก่น ได้นำเข้ามาใช้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่แรก ๆ  ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญ ในการขยายบริการไปสู่ระดับนานาชาติ (AEC)สอดรับกับนโยบายของประเทศ ที่ต้องการให้จังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการบริการด้านสุขภาพในภูมิภาคนี้

“นิ่วในถุงน้ำดี” (Gall stone) เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด คือ 10-20 % ของประชากรหลายคนไปทำอัลตร้าซาวน์พบนิ่วชนิดนี้ คงอยากทราบว่ามันมีความอันตรายอย่างไร ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าโรคนี้ ฝรั่งบอกว่า มักพบใน Forty, Fertile, Fatty Female คือ ในผู้หญิง รูปร่างท้วมอายุ ประมาณ 40 ปี โดยเฉพาะ มีบุตรหลายคน บางคนก็ตรวจพบตอนไม่มีอาการผิดปกติใดๆ อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการของโรคได้ 1-2 % ต่อปี และปัจจุบันคนเป็นนิ่วชนิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

หลายคนสงสัยว่านิ่ว หน้าตาเป็นอย่างไร ขึ้นการประเภทของ นิ่วเป็น Cholesteral stones, Pigment stone ในแถบเอเชียส่วนใหญ่เป็น Pigment stone ลักษณะเป็นก้อนกลมหรือเหลี่ยมๆ สีเข้มๆ ซึ่งเกิดจากการขาดสมดุลของน้ำดีนั้นเอง การเกิดนิ่วถุงน้ำดีทำให้เกิดปัญหาตามมาจากตัวก้อนนิ่วที่ไปอุดถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีอักเสบ หลุดไปอุดท่อน้ำดีใหญ่ทำให้ติดเชื้อตัวและตาเหลือง บางครั้ง ถ้ามีนิ่วค้างอยู่ เป็นเวลานาน อาจจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้

ส่วนอาการของโรคนั้น โดยส่วนใหญ่ ช่วงแรกอาการจะมีเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดจุกแน่นท้อง ใต้-ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ ท้องอืด อิ่มง่าย โดยเฉพาะกินอาหารมัน/หลังอาหารมื้อใหญ่ แต่ถ้าเป็นมากมีอาการอักเสบของถุงน้ำดีจะมีอาการปวดท้องมาก มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งจริงๆแล้วการตรวจวินิจฉัยโรคนี้ทำให้ได้ไม่ยาก เป็นเพียงการทำอัลตร้าซาวด์

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆเลย อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ถ้ามีอาการหรือโรคแทรกซ้อนจากถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาผ่าตัดออกทุกราย ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดส่องกล้องถุงน้ำดีได้กลายเป็นการรักษามาตราฐานเพื่อรักษาภาวะนิ่วถุงน้ำดีมานานแล้ว โดยการเจาะรูเข้าไปในช่องท้อง 3-4 จุด ทำให้เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว 1-2 วันก็กลับบ้านได้ ยกเว้น กรณีที่ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน ถ้าเป็นมากบางครั้งอาจจำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายๆไป ทางที่ดี อาจต้องตัดถุงน้ำดีที่มีปัญหาก่อนเกิดเรื่องจะดีกว่า

มักมีคำถามจากผู้ป่วยว่าการตัดถุงน้ำดีมีผลอะไรหรือไม่ พิการหรือเปล่า คงต้องทราบด้วยว่า น้ำดีถูกสร้างจากตับ มาเก็บไว้ในถุงน้ำดี เวลาเรากินข้าวขาหมู น้ำดีก็ถูกขับออกมาเพื่อช่วยย่อยไขมัน ดังนั้นถ้าเอาถุงน้ำดีออกไปแล้ว ก็จะกินอาหารพวกมันๆได้น้อยลง อาจจะต้องเน้น พวกผัก ปลา มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอายุ 40-50 ปี ซึ่งควรลดอาหารประเภทมันๆอยู่แล้ว และผู้ป่วยถ้ากินอาหารมันๆมากเกินอาจมีท้องอืด หรือถ่ายอุจจาระมีมันลอยได้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถปรับตัวเองได้

ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis)

ไส้ติ่งอักเสบเป็นโรคปวดท้องอักเสบเฉียบพลันที่พบบ่อยที่สุด เกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย พบมากถึง 7% ของประชากร โดยมากมักพบใน เด็ก จนถึงวัยทำงาน ในทางการแพทย์มักบอกต่อกันว่าเป็น โรคที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจมีอาการได้หลายแบบ แม้แต่ตัวแพทย์เองบางครั้ง ก่อนตรวจพิเศษ ยังเข้าใจว่าตัวเองเป็นลำไส้อักเสบก็มี

อาการปวดช่วงแรกจะเหมือนปวดท้องทั่วๆไป ทุกอย่าง จะรู้สึกปวดทั่วๆไป บอกตำแหน่งแน่นอนไม่ได้ หลายคนบอกปวดถี่ คล้ายโรคกระเพาะ หรือปวดรอบสะดือ มักเป็นอยู่ตลอดเวลา บงคนช่วงแรก อาจไม่ปวดเลยก็ได้

สาเหตุของการเกิดไส้ติ่งอักเสบ

มักเกิดจากการอุดตันของไส้ติ่ง อาหารที่เรากินเข้าไปกลายเป็นอุจจาระแข็งตัวทำให้แรงดันในไส้ติ่งสูงขึ้น แบคทีเรียย่อยสลายตัวเอง เกิดการอักเสบในที่สุด ซึ่งทำให้เราเกิดอาการ ต่อมาเมื่อไส้ติ่งอักเสบมากเข้าจนไปทำให้ผนังหน้าองด้านในของเราเกิดอักเสบตามมาด้วย หรือไส้ติ่งแตก ทำให้เราสามารถบอกได้ว่าปวดมากตรงบริเวณใด อาการปวดจะเป็นมากขึ้นบริเวณท้องน้อย โดยเฉพาะด้านขวามักมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรืออาเจียน อาจจะมีไข้ขึ้นตามมาได้ บางคนมีอาการท้องเสีย ปัสสาวะแสบขัด ดังนั้น จุดสังเกตที่สำคัญ คือ มีอาการปวดท้องน้อยมาก บางครั้ง 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะด้านขวา ให้สงสัยเอาไว้ก่อน ถ้าอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบได้ ควรรับมาตรวจพบแพทย์โดยเร็ว อย่าพยายามกินยารักษาเองเนื่องจากทำให้วินิจฉัยได้ยากมากขึ้น และถ้าปล่อยเอาไว้ จนไส้ติ่งแตก จะทำให้การอักเสบลุกลาม มีอาการแทรกซ้อนมากกว่ากันมาก

ถ้าเราได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบไม่ว่าจะแตกหรือไม่ ปัจจุบันการรักษามาตรฐานยังเป็นการผ่าตัด ร่วมกับให้ยาปฎิชีวนะ ซึ่งเดี๋ยวนี้ มีการผ่าตัดส่องกล้องไส้ติ่งอักเสบ โดยจะมีแผลเล็กๆ ที่หน้าท้อง แบบเจาะรูเข้าไปเพียง 1-3 รู แล้วทำให้ 1-2 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ ที่สำคัญ วันรุ่งขึ้นสามารถเดินได้เลย ไม่ปวดเดินตัวงอเหมือนผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิมๆ

มะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นโรคร้ายที่แฝงตัวอยู่เงียบๆ แม้พบได้ไม่บ่อย แต่หลายคนกว่าจะรู้ตัว เมื่อเกิดอาการชัดเจน โรคก็ลุกลามไปมากแล้ว ทั้งๆที่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ

มะเร็งชนิดนี้มักพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี เน้นในผู้ชายมากกว่า ผู้หญิง และพบในชาวเอเชียมากกว่า  เนื่องจากอาการแสดงจะปรากฎเมื่ออาการของโรคเริ่มลุกลามทำให้โอกาสผ่าตัดรักษามีไม่มากและผลการผ่าตัดไม่ดี

ดังนั้นถ้าเราสามารถตรวจพบมะเร็ง ชนิดนี้ได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ ย่อมสามารถรักษาให้หายขาดได้ อาการของเนื้องอกชนิดนี้ในระยะแรกเลย ถึงไม่มีอาการ เราสามารถไปตรวจได้โดยส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ซึ่งทำไม่ยาก ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที ก็ตรวจเสร็จ โดยเฉพาะถ้าเรามีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีพันธุกรรม เคยเป็นโรคกระเพาะอาหารติดเชื้อ H.pylori, สูบบุหรี่ ดื่มสุรามาก เคยมี ประวัติผ่าตัดกระเพาะ-อาหารมาก่อน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเป็นระยะๆ ถ้าเจอในระยะแรกๆโอกาสหายขาดสูงมาก และถ้ามีอาการบางอย่างควรสงสัยและไปตรวจโรคนี้ โดยเฉพาะมีประวัติรักษากระเพาะอาหาร  มานานๆเกิน 1-2 เดือน ไม่หายเสียที  ถ่ายดำ ท้องอืด เบื่ออาหาร น้ำหนัดลด อาเจียนเป็นอาหารที่เรากินเข้าไป  ถ้าบังเอิญ ตรวจพบโรคนี้ แพทย์ตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูระยะของโรค การลุกลาม โดยถ้าโรคยังอยู่เฉพาะที่ไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่นๆ การผ่าตัดถือเป็นการรักษาหลัก เพื่อเอาเนื้อร้ายและต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งอาจจะกระจายไปออก โดยอาจร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด

ปัจจุบันเชื่อว่าการผ่าตัดสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนในการผ่าตัดสูงจะช่วย เลาะเอาต่อมน้ำเหลืองออกในบริเวณที่เสี่ยงทั้งหมดออก ช่วยทำให้ผู้ป่วยลดการเป็นซ้ำและมีโอกาสหายขาดมากกว่าเดิม ซึ่งกรณีที่เป็นมะเร็งระยะแรกถึงปานกลาง การผ่าตัดส่องกล้องมีบทบาทอย่างมากที่ช่วยลดการบาดเจ็บ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว ในขณะที่สามารถให้ผลการผ่าตัดได้ดีเทียบเท่าการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ที่หน้าท้องแบบเดิมๆ

นอกจากนี้กรณีที่มีการกระจายของมะเร็งในผนังช่องท้อง เมื่อก่อนถือว่าเป็นระยะที่รักษาให้หายขาดด้วยการผ่าตัดไม่ได้ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับความร้อน มาใช้ในการผ่าตัด (HIPEC) ทำให้โอกาสหายขาดได้มากขึ้น โดยแพทย์เฉพาะทางต้องพิจารณาเป็นรายๆไป

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าเราได้ ตรวจเช็ครถของเราแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คสุขภาพของท่านด้วย เพราะโรคร้ายสามารถป้องกันได้ หรือสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อตัวท่านและครอบครัว     ขึ้นชื่อว่าโรคมะเร็ง คงไม่มีใครอยากจะให้เกิดกับตนเองและคนใกล้ชิด แม้ว่าปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีที่จะป้องกันโรคมะเร็งไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่มีมะเร็งบางประเภท ที่เราสามารถตรวจพบ และกำจัดได้ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งลำไส้-ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่พบบ่อย เป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 6 ในเพศหญิง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการที่ทำให้สงสัยโรคนี้มีหลายอย่าง เช่น ซีดลง การขับถ่ายผิดปกติ ถ่ายมีมูกเลือด ปวดเบ่ง น้ำหนักลด เป็นต้น  แต่อาการเหล่านี้กว่าจะพบ มักกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่  ระยะ 2-3 ขึ้นไป อาการเริ่มแรกของมะเร็งกลุ่มนี้คือ ไม่มีอาการ แต่เราสามารถตรวจได้โดยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งแนะนำในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย การผ่าตัด การให้ยา และการฉายรังสี โดยการรักษาด้วยการผ่าตัด ถือเป็นวิธีการรักษาหลัก โดยตัดก้อนเนื้องอก และเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองในบริเวณที่อาจมีการกระจายของเนื้อ-งอกออกทั้งหมด โชคดีที่การผ่าตัดปัจจุบันได้มีการพัฒนามีการลดความรุนแรงจากการรักษา โดยใช้เทคโนโลยี ผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic colorectal surgery) โดยเจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้องเพื่อช่วยลดการบาดเจ็บ ฟื้นตัวได้เร็ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าโดยให้ผลการรักษาเทียบเท่าการผ่าตัดหน้าท้องขนาดใหญ่เหมือนในอดีต

ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ มีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกรูปแบบ ทุกระยะของโรค ตั้งแต่วินิจฉัยจนถึงการรักษาทาง รพ. มีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักร่วมกับเทคโนโลยี ผ่าตัดผ่านกล้อง แบบ 3 มิติ ทำให้เพิ่มความแม่นยำ และความปลอดภัยในการผ่าตัด เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

ศูนย์ตรวจค้นมะเร็งระยะแรก

หากดูไปที่ตัวเลขของผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายๆ ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นด้านพันธุกรรมหรือการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทว่าเราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีภูมิต้านทานแบบง่ายๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โดยเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การ ‘ลด’ ความเสี่ยงในการเกิดโรคด้วยการ ‘ค้นหา’ ให้พบสิ่งผิดปกติโดยเร็วที่สุด นั่นคือ

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งนั้นมีหลายวิธี ล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและได้ผลดีในการป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคืออะไร การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง คือ มาตรการในการค้นหาโรคมะเร็งระยะแรกในผู้ที่ยังไม่มีอาการของโรค โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการเสียชีวิตและความเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเป็นการตรวจเบื้องต้นที่ใช้กับผู้ที่ยังไม่มีอาการเพื่อประเมินว่ามีผู้ใดบ้างที่มีความเสี่ยงมากกว่าบุคคลทั่วไป โดยการตรวจคัดกรองสำหรับโรคมะเร็งต่างๆ (Screening for Specific Cancers) เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและมีประโยชน์อย่างมาก สำหรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง หรือกังวลว่าจะเป็นมะเร็งนั้น นับว่ามีความสำคัญมากเป็นอันดับต้นๆ ที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรค ในขณะเดียวกัน หากมีการค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะสามารถช่วย_ให้ผู้ป่วยหายขาดจากการเป็นมะเร็งในอัตราที่สูงและทำให้คนที่เป็นมะเร็งมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้เช่นกัน แม้ว่าโรคมะเร็งนี้จะเป็นโรคที่น่ากลัวในความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่ในทางตรงกันข้าม โรคมะเร็งหลายชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ ที่สำคัญคือมีจำนวนผู้ที่รอดชีวิตจากโรคมะเร็งมากอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ทวีปยุโรปและอเมริกา มีผลสำรวจว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งลดลง เนื่องจากวิทยาการด้านการรักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัย บวกกับความก้าวหน้าของเครื่องมือคัดกรองโรคมะเร็งต่างๆ ทำให้สามารถตรวจพบการก่อตัวที่ผิดปกติของเซลล์เร็วขึ้นก่อนเซลล์จะผิดรูปกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้โอกาสในการรักษามีมากขึ้นตามไปด้วย

รู้ก่อน รักษาได้ และสามารถป้องกันได้
1."มะเร็งตับ" เป็นมะเร็งที่พบมากทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทั้งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1* โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติตับอักเสบ หรือ ตับแข็งจากการดื่มสุรา หรือมีไขมันในตับหรือเคยได้รับเลือด (* ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข) สำหรับบุคคลทั่วไป ควรได้รับการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี แต่ถ้ามีโรคที่เกี่ยวกับตับ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ควรรับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับเป็นประจำทุก 6 -12 เดือน
2."มะเร็งต่อมลูกหมาก" เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 4 ของผู้ชาย* (* ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ) สำหรับบุคคลทั่วไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ตั้งแต่อายุ 50 ปี ขึ้นไป
3."มะเร็งปอด" เป็นมะเร็งที่ทำให้เสียชีวิตได้บ่อยเป็นอันดับ 2 ของทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง มีทั้งชนิดที่สัมพันธ์กับบุหรี่ และสัมพันธ์กับสารพิษในสิ่งแวดล้อม สำหรับบุคคลทั่วไปควรตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ตั้งแต่อายุ 50 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ก็สามารถเข้าโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปอดได้
4."มะเร็งปากมดลูก" เป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 2 ของผู้หญิง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไวรัส HPV ผู้หญิงที่มีตั้งแต่อายุ 30 ปี ขึ้นไป หรือ หลังมีเพศสัมพันธ์ 3 ปี ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แต่ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ก็สามารถเข้าโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้
5."มะเร็งลำไส้ใหญ่" สามารถพบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 สำหรับผู้ชาย และพบเป็นอันดับ 5 ในผู้หญิง และถ้าหากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น ตรวจเพียงครั้งเดียวในรอบ 5-10 ปี เพื่อห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่ สำหรับบุคคลทั่วไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตั้งแต่อายุ 50 ปี ขึ้นไป แต่ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ก็สามารถเข้าโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
6."มะเร็งเต้านม" เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 สำหรับผู้หญิง* และถ้าหากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น (* ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ) ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม แต่ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง ก็สามารถเข้าโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมได้

มะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ สอบถามรายละเอียดกรุณาติดต่อ ศูนย์ศัลยกรรม  ชั้น 1  โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น  โทร. 1719 หรือ 043-042888

 

 สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
888 หมู่ 16, ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
โทร. 043-042888 แฟกซ์ 043-042800
สายด่วน 1719